วันอาทิตย์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2553

เบื่อๆ ไม่มีไรทำ......นี่ เลย เอราวัณ Water Fall สุดยอด !!!


น้ำตกเอราวัณ


น้ำตกที่สร้างชื่อให้กับกาญจนบุรีมากที่สุดนับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ลักษณะเป็นน้ำตกหินปูนสีเหลือง สายน้ำใสสะอาด บางช่วงที่เป็นแอ่งน้ำจะมีสีเขียวมรกต ยามแดดสาดส่องจึงเกิดสีสันที่งดงาม ภายใต้ป่าใหญ่ที่ไม่รกครึ้มเกินไปแวดล้อมอยู่อย่างร่มรื่น



ที่ตั้ง :

น้ำตกเอราวัณตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกเอราวัณ มีพื้นที่ครอบคลุมอำเภอเมือง อำเภอศรีสวัสดิ์ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ภูมิประเทศทั่วไปเป็นภูเขาสูงสลับพื้นที่ราบ และเป็นป่าเบญจพรรณที่ไม่รกชัฏเสียเป็นส่วนใหญ่ที่ทำการอุทยานฯ ตั้งอยู่ในเขตอำเภอศรีสวัสดิ์



สถานที่เที่ยว :

น้ำตกเอราวัณ : เป็นน้ำตำหินปูน มีลำธารไหลทอดยาว ลงมาจากภูเขาระยะทางที่เกิดเป็นน้ำตกชั้นต่างๆ ประมาณ 1.5 กิโลเมตร สวยงามทั้ง 7ชั้น สามารถเดินเที่ยวชมจนถึงชั้นบนสุด ได้อย่างไม่ยากจนเกินไปนัก ชื่อน้ำตกเอราวัณ มาจาก ลักษณะของน้ำตกชั้นที่ 7 ลักษณะสายน้ำไหลบ่ามองดูคล้ายกับหัวช้างเอราวัณซึ่งมี 3 หัว จึงกลายมาเป็นที่มาของชื่อน้ำตก



เส้นทางศึกษาธรรมชาติ :

ทางอุทยานฯ ได้จัดเส้นทางไว้สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการศึกษาธรรมชาติ 2 เส้นทางคือ

1. เส้นทางสายป่าดิบแล้งม่องไล่ - ระยะทาง 1,010 เมตร ลักษณะเป็นทางเดินเลียบลำห้วยม่องไล่ เริ่มจากสะพานค่ายพักไปบรรจบกับเส้นทางในน้ำตกเอราวัณชั้นที่ 3

2. เส้นทางเขาหินล้านปี - ระยะทาง 1,940 เมตร เริ่มจากลานจอดรถไปบรรจบกับเส้นทางสู่น้ำตกบริเวณสะพานของน้ำตกเอราวัณชั้น



แหล่งที่มา http://www.thai-tour.com/

วันเสาร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2553

เที่ยวเมืองกาญจนบุรี เขื่อนศรีนครินทร์ สวยสุดยอด !!!!


จังหวัดกาญจนบุรีเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่มีสถานที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน และท่องเที่ยวสวยงามมากมาย หนึ่งในนั้นที่ผมจะพาไปชมคือ เขื่อนศรีนครินทร์



เขื่อนศรีนครินทร์ (เดิมชื่อเขื่อนเจ้าเณร) อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ อ.ศรีสวัสดิ์ เป็นเขื่อนที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ บริเวณสันเขื่อนมีสวนหย่อมและเป็นจุดชมวิวที่สวยงาม ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูป



สำหรับผู้ที่สนใจพักที่เขื่อนศรีนครินทร์ สามารถจองที่พักได้ที่ บ้านพักรับรองเขื่อนศรีนครินทร์ โทร. 035-513-001 ถึง 2 ต่อ 2455 เขื่อนศรีนครินทร์เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมตั้งแต่เวลา 6.00-18.00 น.



การเดินทางไปเขื่อนศรีนครินทร์


จากกรุงเทพฯ ไปตามถนนสายเพชรเกษม ผ่าน อ.นครชัยศรี - บ้านโป่ง - ท่ามะกา - ท่าเรือ แล้วเดินทางต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 3199 ผ่าน ต.ลาดหญ้า ก็จะถึงเขื่อนศรีนครินทร์รวมระยะทางประมาณ 200 กม. ทางขึ้นสันเขื่อนเป็นถนนอย่างดีไม่ชันมาก รถเก๋งสามารถขับมาได้สะดวก


ที่พักแนะนำที่กาญจนบุรี ผมขอแนะนำรีสอร์ทริมน้ำ บรรยากาศดี หลุบพญารีสอร์ท ในครั้งที่ผมไปเขื่อนศรีนครินทร์นั้น ไม่ได้จองที่พักล่วงหน้า เลยต้องไปตระเวณหาข้างหน้า ตอนขาไปนั้นเหมือนว่าขับผ่านหลุบพญารีสอร์ท ชื่อหลุบพญานี้ ค่อยข้างคุ้นหูผมพอสมควร ผมเลยตัดสินใจว่าจะลองเข้าไปถามดูน่าจะมีห้องว่างให้พัก ผมตีรถกลับจากเขื่อนศรีนครินทร์ ทางเข้าหลุบพญานั้นดูแล้วไม่น่าเป็นทางเข้ารีสอร์ทเลย จากถนนใหญ่เป็นระยะทาง 3 กิโลเมตรจะถึงหลุบพญารีสอร์ท ระหว่างเป็นหมู่บ้านทั่วๆไป



บรรยากาศภายในรีสอร์ทร่มรื่นด้วยต้นไม้ อยู่ริมแม่น้ำแควใหญ่


ที่พักที่นี่จะมีทั้งริมน้ำและด้านบน ที่พักริมน้ำมีชื่อว่า กระท่อมชิดชล ราคา 1,000 บาทครับ รวมอาหารเช้าด้วย ข้างในมีทีวี 14 นิ้ว ตู้เย็น แอร์


มาดูที่พักด้านบนกันบ้างครับ หลังข้างล่างนี้มีชื่อว่า กระท่อมริมสวน คืนละ 900 บาท พร้อมอาหารเช้า ข้างในมีทีวี 14 นิ้ว ตู้เย็น แอร์ เหมือนกัน


 ข้างในต่อๆๆ ห้องน้ำที่นี่แนวมาก ได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติ สวนในห้องน้ำ หลังคา Open



กิจกรรม สามารถตกปลา พายเรือ เล่นน้ำในแม่น้ำแควใหญ่ได้ ทางรีสอร์ทจะนำเราไปปล่อยให้ไหลตามน้ำมา (มีชูชีพ)
แผนที่หลุบพญารีสอร์ท


เวบไซต์หลุบพญารีสอร์ท http://www.lubephayaresort.com/

แหล่งที่มา http://www.folktravel.com/

แนะนำ "แพร่มเกล้า" จ. กาญจนบุรี

                                           แพร่มเกล้า จ.กาญจนบุรี

Why Me...เรื่อง / ภาพ

ผืนน้ำสีเขียวมรกตแห่งทะเลสาบเขื่อนศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี ที่โอบล้อมด้วยขุนเขาเทือกตะนาวศรี สถานที่อีกแห่งสำหรับผู้ที่อยากใช้เวลาพักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์กับครอบครัวหรือเพื่อนฝูง หลังจากตรากตรำงานหนักมาตลอดอาทิตย์ ในบรรยากาศสบายๆ ริมทะเลสาบท่ามกลางธรรมชาติสวยงาม


แพร่มเกล้า จ.กาญจนบุรี

ที่นี่จึงมีที่พักมากมายหลายแบบ ทั้งที่เป็นรีสอร์ทริมทะเลสาบ หรือ แบบเรือนแพลากล่อง ซึ่งเหมาะกับการท่องเที่ยวแบบหมู่คณะและครอบครัว ที่ให้นักท่องเที่ยวสัมผัสบรรยากาศของทะเลสาบเขื่อนศรีนครินทร์ได้ในอีกมุมมองหนึ่ง







เพียงสองชั่วโมงครึ่งจากกรุงเทพฯ ตามเส้นทาง กาญจนบุรี-ศรีสวัสดิ์ จนถึงแยกซ้ายเข้าบ้านท่ากระดาน เลี้ยวลัดเลาะไปตามถนน มุ่งสู่เวิ้งทะเลสาบท่ามกลางหุบเขาลูกย่อมๆ เบื้องหน้า ไม่นานก็มาถึง แพร่มเกล้า อีกหนึ่งผู้ให้บริการ แพลากล่อง ที่มีชื่อเสียงมานาน ของเขื่อนศรีนครินทร์แห่งนี้



แพพักของที่นี่มีให้เลือกบริการหลายแบบ หลายขนาด ตั้งแต่ 8-40 คน หรือจะเป็นแพเธค-คาราโอเกะขนาดใหญ่ที่รับได้ถึง 70 คน มีให้เลือกทั้งแบบเหมา หรือแบบแพ็คเก็จ แล้วแต่ความต้องการของนักท่องเที่ยว ตัวแพของที่นี่เน้นความแข็งแรง เน้นความปลอดภัย โดยตัวเรือนแพจะประกอบด้วยไม้และเหล็ก หลังคามุงด้วยสังกะสี รองรับอยู่บนโป๊ะเหล็กหนา1 หุน ทรงกระบอกแข็งแรง



บนเรือนแพมีอุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อม ไม่ว่าจะเป็นเสื้อชูชีพเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ชุดเครื่องนอนประกอบด้วยฟูก ผ้าห่ม หมอน เสื่อ เครื่องครัวและอุปกรณ์ที่จำเป็นพร้อมสัพ ไม่ว่าจะเป็น เตาแก๊ส กระทะ จาน ชาม แก้ว ถังน้ำแข็ง น้ำดื่ม และอื่นๆ หากใครชอบทำอาหารทานกันเองก็แทบไม่ต้องแบกอุปกรณ์ใดๆ มาให้เหนื่อยเลย อีกทั้งยังมีเรือพายให้ไว้พายเล่นด้วย



แพจะถูกลากล่องไปบนผืนน้ำสีเขียวมรกตของทะเลสาบเขื่อนศรีนครินทร์ ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับสายลมเย็นๆ และชมทิวทัศน์กลางทะเลสาบ ในมุมมองที่สวยงามแปลกตา ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ก็ถึงจุดที่จะนำแพไปผูกไว้ท่ามกลางขุนเขา แมกไม้ริมเกาะกลางทะเลสาบ จากนั้นนักท่องเที่ยวจะทำกิจกรรมใดๆ ได้ตามสบาย ไม่ว่าจะตกปลา อ่านหนังสือ ถ่ายภาพ เล่นน้ำ พายเรือ หรือบางคนเลือกที่จะนอนเล่นเฉยๆ ซึมซับบรรยากาศเงียบสงบ และเย็นสบายของทะเลสาบเขื่อนศรีนครินทร์ก็ได้



ตกเย็นรอชมดวงอาทิตย์ตกเหนือทะเลสาบที่แสนสวยงาม กลางคืนหากท้องฟ้าสดใสไร้เมฆก็นอนชมดาวพร่างพราวบนท้องฟ้าเพลินใจไปอีกแบบ



เช้าวันใหม่ตื่นมารับอากาศบริสุทธิ์ และหากโชคดีอาจได้เห็นสายหมอกลอยอ้อยอิ่งระเรี่ยผืนน้ำและขุนเขา ลงเล่นน้ำทะเลสาบอุ่นๆ ในยามเช้า และทำกิจกรรมฆ่าเวลาหรือพักผ่อนได้อย่างเต็มที่จนกระทั่งกลับ



แม้จะใช้เวลาแค่ 2 วัน 1 คืนของวันหยุดสุดสัปดาห์ แต่ก็เพียงพอที่ทำให้คุณรู้สึกถึงการพักผ่อนและเข้าถึงธรรมชาติได้พอสมควร



วันหยุดสุดสัปดาห์นี้คุณพร้อมที่จะมาสัมผัสและใกล้ชิดธรรมชาติของทะเลสาบเขื่อนศรีนครินทร์กับแพร่มเกล้าหรือยัง



กิจกรรม

- ตกปลา (มีบริการให้เช่าเบ็ดตกปลาและเรือ)

- คาราโอเกะ / ดิสโก้เธค (เฉพาะแพลากล่อง แบบเธค/คาราโอเกะ)

- พายเรือ (ควรใส่ชูชีพ และเชื่อฟังคำเตือนของผู้ให้บริการ)

- เล่นน้ำ (ควรใส่ชูชีพ และเชื่อฟังคำเตือนของผู้ให้บริการ)

- เรือเที่ยวน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น (ติดต่อและตกลงก่อนเดินทาง)



การเดินทาง

ใช้เส้นทาง กรุงเทพฯ-กาญจนบุรี-ศรีสวัสดิ์ เลยเขื่อนศรีนครินทร์ไปประมาณ 12 กม. ถึงทางแยกซ้ายเข้าบ้านท่ากระดาน สังเกตุ ป้ายแพร่มเกล้า จึงแล้วซ้ายเข้าไปตามป้ายของแพร่มเกล้า (เมื่อถึงแยกเข้าบ้านท่ากระดาน ควรโทรสอบถามเส้นทางกับทางแพร่มเกล้าอีกครั้ง)



ที่มา : http://travel.sanook.com/resort/leaf_09205.php

เที่ยวอุทยานแห่งชาติ ตอนรับ หน้า หนาวกัน ดีกว่า ^^"

เที่ยวอุทยานแห่งชาติ จ.กาญจนบุรีรับช่วงปลายฝนต้นหนาว




กาญจนบุรีเป็นจังหวัดหนึ่งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของประเทศไทย มีภูมิประเทศทางด้านทิศตะวันตกติดกับประเทศพม่า สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดกาญจนบุรีเป็นที่ราบภูเขาซึ่งปกคลุมไปด้วยพันธุ์ไม้และต้นไม้ต่างๆ นานาชนิด ด้วยความที่มีภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นป่าเขาทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่จังหวัดกาญจนบุรีเป็นจำนวนมากเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศไทย โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นธรรมชาติและสมควรแก่การศึกษาอย่างเช่น น้ำตก ถ้ำ ภูเขา สัตว์ป่า และพันธุ์พืชต่างๆ ที่หาดูได้ยากในประเทศไทย



นายเอิบ เชิงสะอาด หัวหน้าสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง)กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับการจัดโครงการ เที่ยวสุดคุ้ม 1 เส้นทางกับ 6 อุทยานแห่งชาติที่จังหวัดกาญจนบุรี ว่าจังหวัดกาญจนบุรีเป็นจังหวัดที่เพียบพร้อมไปด้วยธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นน้ำตก ถ้ำ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชที่หายากนานาชนิด ความเป็นธรรมชาติของจังหวัดกาญจนบุรีทำให้จังหวัดกาญจนบุรีมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่จังหวัดกาญจนบุรีกันเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่รักการผจญภัยและรักธรรมชาติ ตนจึงมีความคิดที่จะจัดโครงการเส้นทางท่องเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยวที่รักการผจญภัยและรักธรรมชาติได้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวและชมธรรมชาติบนผืนป่าตะวันตกของจังหวัดกาญจนบุรี ในเส้นทางท่องเที่ยว 1 เส้นทาง กับ 6 อุทยานแห่งชาติ เพื่อเป็นการให้บริการกับนักท่องเที่ยวอย่างสุดคุ้มในช่วงฤดูท่องเที่ยวที่จะถึงนี้



นายเอิบ เปิดเผยถึงเส้นทางท่องเที่ยวในโครงการ 1 เส้นทาง กับ 6 อุทยานแห่งชาติที่จังหวัดกาญจนบุรี ว่าการเดินทางจุดแรกซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางในครั้งนี้เริ่มต้นกันที่ตัวเมืองกาญจนบุรีแล้วขับรถไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 3199 ถึงทางแยกไปศรีสวัสดิ์กับทางเข้าเขื่อนศรีนครินทร์ให้ท่านเลี้ยวซ้ายข้ามสะพานมุ่งหน้าไปยังที่ทำการอุทยานแห่งชาติเอราวัณซึ่งเป็นอุทยานแรกที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับธรรมชาติที่สวยงามกับน้ำตกเอราวัณ น้ำตกระดับ 5 ดาวของประเทศไทย หลังจากที่นักท่องเที่ยวเต็มอิ่มกับธรรมชาติที่เอราวัณแล้วท่านก็เดินทางต่อมายังอุทยานแห่งชาติศรีนครินทร์ซึ่งอยู่ห่างจากอุทยานแห่งชาติเอราวัณเพียง 42 กิโลเมตร ในช่วงที่ท่านเดินทางผ่านสามารถแวะชมถ้ำพระธาตุได้ที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวให้ท่านได้ชมอีกมาก เช่น ถ้ำวังบาดาล ถ้ำตาด้วง ถ้ำหมี และถ้ำเรือ เมื่อท่านเดินทางถึงอุทยานแห่งชาติศรีนครินทร์ก็จะพบกับน้ำตกที่สวยที่สุดของประเทศไทยคือ น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ซึ่งเป็นน้ำตก 7 ชั้น โดยเฉพาะชั้นที่ 4 คือ ชั้นฉัตรแก้ว เป็นชั้นที่สวยที่สุดของน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น และหากท่านต้องการศึกษาธรรมชาติของป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรังก็สามารถศึกษาได้



นายเอิบกล่าวต่อว่า ส่วนแหล่งท่องเที่ยวของอุทยานแห่งชาติศรีนครินทร์คือน้ำตกผาตาด น้ำตกผาสวรรค์ จุดชมวิวเนินสวรรค์และจุดชมทิวทัศน์อ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ หลังจากนั้นนักท่องเที่ยวก็เดินทางต่อมาที่อุทยานแห่งชาติลำคลองงูจะได้พบกับแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามอีกแห่งก็คือ ถ้ำเสาหินซึ่งเป็นถ้ำขนาดใหญ่มีน้ำไหลผ่านเข้าไปในถ้ำส่วนกลาง ถ้ำจะเป็นเสาหินปูนขนาดใหญ่ซึ่งเกิดขึ้นตามธรรมชาติภายในถ้ำแห่งนี้ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวของลำคลองงูก็คือน้ำตกนางครวญ น้ำตกคลิตี้ ถ้ำนกนางแอ่น และลำคลองงู ต่อจากนั้นก็เดินทางต่อมายังอุทยานแห่งชาติเขาแหลม นักท่องเที่ยวก็จะพบความสวยงามของธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นทะเลสาบเขื่อนเขาแหลม น้ำตกเกริงกระเวีย บึงเกริงกระเวีย ถ้ำเกริงกระเวีย น้ำตกไดช่องถ่อง น้ำตกกระเต็งเจ็ง น้ำตกทิพุเย น้ำตกผาแตก และเจดีย์โบอ่อง เมื่อท่านเที่ยวกันเต็มอิ่มแล้วก็เดินทางต่อไปที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิก็จะพบกับเมืองในหมอกที่บ้านอีต้องและแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ อีกมากมาย เช่น น้ำตกเขาใหญ่ น้ำตกน้ำดิบใหญ่ น้ำตกจ๊อกกระดิ่น น้ำตกบิเต็งเนินเสาธง น้ำตกห้วยเหมือง ถ้ำเขาน้อย และจุดชมทิวทัศน์เขาขาด ย้อนกลับเส้นทางเดิมมุ่งหน้าไปตามถนนสาย 323 สู่อุทยานแห่งชาติไทรโยค นักท่องเที่ยวก็จะพบประวัติความเป็นมาอันยาวนานตั้งแต่ครั้งสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ที่พระองค์ท่านได้เสด็จประพาสน้ำตกไทรโยคใหญ่และได้ลงสรงน้ำในธารน้ำอันเย็นฉ่ำภายใต้ร่มเงาของแมกไม้ของอุทยานแห่งชาติไทรโยคแห่งนี้ ส่วนแหล่งท่องเที่ยวของอุทยานแห่งชาติไทรโยคยังมีอีกมากไม่ว่าจะเป็นน้ำตกไทรโยคน้อย ถ้ำดาวดึงส์ ถ้ำละว้า ถ้ำค้างคาว และถ้ำแก้ว



นายเอิบ กล่าวตอนท้ายว่า การเดินทางใน 1 เส้นทาง กับ 6 อุทยานแห่งชาติที่จังหวัดกาญจนบุรี เป็นอันสิ้นสุดในการเดินทางของนักท่องเที่ยว ส่วนที่พักต่างๆ สามารถสอบถามและติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของอุทยานได้ทุกแห่งตามเส้นทางดังกล่าวนี้.
มานพ บุตรเนียม/กาญจนบุรี

ภาพ/ข่าว นสพ.บ้านเมือง



ข้อมูลบ้านเมือง http://www.banmuang.co.th/

เยือน " สังขละบุรี " ก่อน เข้า หน้า หนาว กันดีกว่า ครับ!!

สังขละบุรี" จ.กาญจนบุรี เป็นอำเภอชายแดนไทย-พม่า ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ 220 กิโลเมตร เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบ ด้วยเพราะสภาพภูมิประเทศ และภูมิอากาศ โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาวคล้ายกับภาคเหนือมาก ทั้งภูเขาสูง สายหมอกงาม อากาศเย็นสบาย สายน้ำงดงาม มีวัฒนธรรมประ เพณีของคนมอญ และเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์เรื่องราว



ประกอบกับการเดินทางจากกรุงเทพฯ ไม่ไกลมากนัก และเมื่อไปถึงแล้วบรรยากาศที่เงียบสงบทำให้จิตใจนิ่งสบาย ตลอดทั้งปีจึงมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปพักผ่อนจำนวนมาก



สังขละบุรีมีแม่น้ำ 3 สายมาบรรจบกันที่เรียกว่า "สามประสบ" คือ แม่น้ำบิคลี่ แม่น้ำรันตี และแม่น้ำซองกาเลีย ไหลรวมกันเป็นแม่น้ำแควน้อย ชุมชนที่นั่นเป็นที่ตั้งของชุมชนไทยและชุมชนกะเหรี่ยง ส่วนฝั่งตรงข้ามคือหมู่บ้านมอญ ตั้งเรียงรายตั้งแต่ชายน้ำขึ้นไปถึงเนินเขา ด้านหลังคือเทือกเขาตะนาวศรีที่สลับซับซ้อน



สังขละบุรีเป็นเมืองเก่าตั้งแต่สมัยอยุธยา มีจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้น 2 ครั้ง ครั้งแรกราวปี 2494 เมื่อหลวงพ่ออุตตมะ ภิกษุชาวมอญ จากเมือง มะละแหม่ง พาชาวมอญอพยพหนีภัยสงครามและความแร้นแค้นเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร โดยช่วยกันสร้างวัดและบ้านเรือนขึ้นเป็นชุมชนมอญ อยู่ริมแม่น้ำฝั่งตรงข้ามตัวอำเภอ จากนั้นก็มีชาวมอญอพยพเข้ามาสมทบอีกเป็นระลอกจนกลายเป็น ชุมชนใหญ่



ครั้งที่ 2 ปี 2527 เมื่อมีการสร้างเขื่อนเขาแหลม สันเขื่อนอยู่ที่ อ.ทองผาภูมิ แต่พื้นที่กักเก็บน้ำช่วงปลายเขื่อนมาถึงสังขละบุรี ทำให้ไร่นานับพันไร่ รวมทั้งวัดวังก์วิเวการามของหลวงพ่ออุตตมะและหมู่บ้านมอญ ล้วนต้องจมหายไปหมดสิ้น ชาวบ้านต้องย้ายวัดและบ้านเรือนขึ้นมาตั้งกันใหม่




                                                                      
                                            หลวงพ่ออุตตมะ



ทุกวันนี้เมื่อระดับน้ำในเขื่อนลดลงจะมองเห็นพระอุโบสถหลังเก่าอยู่กลางท้องน้ำใหญ่ คล้ายเมืองบาดาล หรือชาวบ้านมักเรียกวัดแห่งนี้ว่า "วัดจมน้ำ" สามารถเช่าเรือนั่งออกไปชมภาพแห่งความหลังได้ โดยเฉพาะในช่วงเย็นที่ดวงอาทิตย์กำลังคล้อยต่ำลง โดยเรือเช่าจะจอดอยู่บริเวณเชิงสะพานฝั่ง อ.สังขละบุรี นั่งได้ 4-5 คน ค่าบริการ 500 บาท



ส่วนวัดวังก์วิเวการามปัจจุบันอยู่เลยจากตัว อ.สังขละบุรี ไปประมาณ 6 ก.ม. เป็นวัดจำพรรษาของ "หลวงพ่ออุตตมะ" ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนชาวไทย ชาวมอญ รวมทั้งชาวกะเหรี่ยงและพม่าที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น ในวิหารริมแม่น้ำประดิษฐานพระพุทธรูปหินอ่อนอันงดงาม ชาวบ้านเรียกกันว่า "หลวงพ่อขาว"



จากวัดวังก์วิเวการามแยกไปอีก 1 ก.ม.เป็นที่ตั้งของเจดีย์แบบพุทธคยา มีลักษณะฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส บรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนที่เป็น กระดูกนิ้วหัวแม่มือขวา ขนาดเท่าเมล็ดข้าวสาร



ในช่วงเดือนก.พ. ของทุกปีมีการจัดงานคล้ายวันเกิดหลวงพ่ออุตตมะ ในงานมีกิจกรรม ต่างๆ ประกอบด้วยพิธีกรรมทางศาสนา การแข่งขันชกมวยคาดเชือก การแสดงของชมรมวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น การรำแบบมอญ การรำตงของชาวกะเหรี่ยง ในงานชาวบ้านพร้อมใจกันแต่งกายแบบชาวไทยรามัญ พร้อมจัดอาหารทูนบนศีรษะไปถวายพระสงฆ์ที่วัด



ส่วนภาพที่เรามักเห็นชินตาจนแทบจะกลายเป็นสัญลักษณ์ของสังขละบุรี ก็คือ "สะพานไม้มอญ" ที่อยู่ไม่ไกลจากวัดวังก์วิเวการามนัก จะมีแยกทางเข้าเล็กๆ








เดิมชาวบ้านเรียกกันว่า "สะพานบาทเดียว" สร้างด้วยแพไม้ไผ่ต่อติดกัน ตรงกลางเลื่อนเปิด-ปิดได้ เวลามีคนเดินข้ามก็จะมีคนชักสะพานให้มาเชื่อมกัน และเก็บเงินคนละ 1 บาท ต่อมาหลวงพ่ออุตตมะเห็นว่าชาวบ้านเดือดร้อนที่ต้องเสียเงินข้ามสะพานทุกวัน จึงสร้างสะพานเชื่อมด้วยไม้เนื้อดี แล้วเสร็จเมื่อปีพ.ศ.2530 ใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 8 เดือน ด้วยแรงงานชาวมอญและแรงศรัทธาจากชาวบ้าน



ปัจจุบันมีชื่อเป็นทางการว่า "สะพานอุตตมานุสรณ์" ยาวถึง 438 เมตร นับได้ว่าเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย สร้างข้ามลำน้ำซองกาเลีย ปัจจุบันได้รับการปรับปรุงซ่อมแซมเป็นครั้งที่ 4 แล้ว



บริเวณสะพานเป็นจุดชมวิวทะเลสาบเขื่อนวชิราลงกรณ์ที่สวยงามมาก หากไปเที่ยวในหน้าหนาวยามเช้าไปยืนอยู่กลางสะพาน จะเห็นหมอกหนาลอยเรี่ยอยู่กลางแม่น้ำ พร้อมบรรยากาศสาวมอญสวมเสื้อแขนกระบอก นุ่งผ้าซิ่น เสียบดอกไม้ที่มวยผม ประนาคาที่แก้ม ทูนถาดไว้บนศีรษะ หรือหิ้วตะกร้าไปตลาดหรือไปวัด



จากนั้นอาจจะล่องเรือเข้าสู่แม่น้ำรันตี แวะพักชมความงามของหน้าผาหินปูนกว้างใหญ่ มีเพิงหินริมน้ำ บรรยากาศร่มรื่น สงบเงียบ เหมาะแก่การแวะพักรับประทานอาหาร ชมทิวทัศน์ อีกฟากหนึ่งมีบ้านเรือนชาวบ้านลาว-พม่า ขากลับเรือจะวกกลับจากแม่น้ำรันตี อ้อมผ่านเกาะแก่งกลางน้ำ ลำห้วยสาขา ไปออกที่สะพานมอญอีกครั้ง



นอกจากนี้ ยังสามารถต่อไปเที่ยว "ด่านเจดีย์สามองค์" ได้ด้วย ด่านนี้ห่างจากตัวอำเภอ 6 ก.ม. บริเวณนั้นจะมีตลาดนัดของชาวบ้านทั้งของไทยและพม่า ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าพื้นเมืองที่ชาวบ้านนำมาขาย หากยังไม่หนำใจในการเดินตลาด ขอแนะ นำตลาดเช้าสังขละบุรี จะมีบรรยากาศที่อบอุ่นและน่าตื่นตาไม่น้อย โดยเฉพาะอาหารที่คึกคักไม่แพ้ตามเมืองใหญ่เลยทีเดียว



สำหรับการเดินทาง เริ่มต้นจากตัวเมืองกาญจนบุรี ใช้ถนนสายกาญจนบุรี-สังขละบุรี ประมาณ 220 กิโลเมตร ถึงทางแยกด่านเจดีย์สามองค์ ขับตรงไปอีก 6 ก.ม.ถึงตัว อ.สังขละบุรี เส้นทางตั้งแต่ทองผาภูมิถึงสังขละบุรีจะขึ้นเขาสูงชันคดเคี้ยว ต้องระมัดระวังการขับขี่ และตรวจสอบสภาพรถให้พร้อม



ส่วนที่พักมีหลายรูปแบบให้เลือก เช่น สามประสบ รีสอร์ท โทร. 0-3459-5050 พรไพลินริเวอร์ไซด์ รีสอร์ท โทร. 0-3459-5355, 0-3459-5322 พี.เกสท์เฮ้าส์ แอนด์ คันทรี รีสอร์ท โทร. 0-3459-5061, 0-3459-5139สามประสบ รีสอร์ท โทร. 0-3459-5050 พรไพลินริเวอร์ไซด์ รีสอร์ท โทร. 0-3459-5355, 0-3459-5322 พี.เกสท์เฮ้าส์ แอนด์ คันทรี รีสอร์ท โทร. 0-3459-5061, 0-3459-5139 ดอนคำ รีสอร์ท ตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำซองกาเลีย โทร. 08-1935-5932, 08-6323-1778 เบอร์มิส อินน์ โทร. 0-3459-5556 ซองกาเลีย รีสอร์ท โทร. 0-3459-5023-4, 08-9927-5430, 08-6307-2736, 08-1834-5660



แพผาผึ้ง ทะเลสาบเขาแหลม โทร. 0-2967-8181-4, 08-1944-0898, 08-1848-4469 สังขละ การ์เด้นโฮม โทร. 0-3459-5007, 0-3459-5129, 0-3459-5229 แพสมบูรณ์ โทร. 0-3459-5396 แพมิตรสัมพันธ์ โทร. 0-3459-5261, 0-1812-7360 ปอยหลวง รีสอร์ท โทร. 0-3459-5068, 0-3459-5207 พนธ์นที รีสอร์ท โทร. 0-3459-5134, 0-3459-5269 เจดีย์ เจมส์รีสอร์ท โทร. 0-3459-5337, 0-1816-6889, 0-1215-5847



ภาพ/ข่าว : นสพ.ข่าวสด

ข้อมูลข่าวสด http://www.khaosod.co.th/